ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป พร้อมจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ บทความนี้สรุปองค์ประกอบของใบกำกับภาษีที่ใช้เครดิตได้ กติกาภาษีซื้อ 6 เดือน เลขสาขา และสิ่งที่ระบบ ERP ต้องทำเพื่อให้ยอดในแบบตรงกับบัญชี
VAT-registered Thai businesses file PP 30 monthly by the 15th of the following month (plus 8 days when e-filing) together with output-tax, input-tax and stock reports. Tax invoices must carry the exact elements of Section 86/4 including both parties' tax IDs and branch numbers; input tax can be claimed up to six months after the invoice month. The guide lists the controls an ERP needs so that the return equals the ledger.
กำหนดเวลาและอัตรา
- ยื่น ภ.พ.30 และชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ยื่นผ่าน e-Filing ได้รับขยายเวลาอีก 8 วันตามประกาศที่ต่ออายุเป็นคราว ๆ
- อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้อยู่คือร้อยละ 7 (รวมภาษีท้องถิ่น) ซึ่งเป็นอัตราลดตามพระราชกฤษฎีกาที่ต่ออายุเป็นรายปี ส่งออกสินค้าและบริการที่ใช้ในต่างประเทศอัตราร้อยละ 0
- กิจการที่มีหลายสาขาต้องยื่นแยกแต่ละสาขา เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้ยื่นรวม ณ สำนักงานใหญ่
- ยื่นล่าช้ามีค่าปรับอาญาและเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ยื่นแบบเพิ่มเติมเมื่อพบข้อผิดพลาดมีเบี้ยปรับตามอัตราที่ลดลงหากยื่นเอง
รายงานที่ต้องจัดทำและเก็บไว้ ณ สถานประกอบการ
| รายงาน | เนื้อหา | เวลาที่ต้องลงรายการ |
|---|---|---|
| รายงานภาษีขาย | ใบกำกับภาษีที่ออกทุกฉบับเรียงตามเลขที่ รวมใบลดหนี้และใบเพิ่มหนี้ | ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ออก |
| รายงานภาษีซื้อ | ใบกำกับภาษีซื้อที่นำมาเครดิต ระบุชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขาของผู้ขาย | ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้รับ |
| รายงานสินค้าและวัตถุดิบ | รับ จ่าย และคงเหลือต่อรายการสินค้า | ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่รับหรือจ่าย |
รายงานทั้งสามต้องเก็บพร้อมใบกำกับภาษีไม่น้อยกว่า 5 ปี และเจ้าพนักงานมีสิทธิขอตรวจย้อนหลังถึงระดับเอกสาร
องค์ประกอบของใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (มาตรา 86/4)
- คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่เห็นได้เด่นชัด
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย พร้อมระบุ "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่ ..."
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ พร้อมสำนักงานใหญ่หรือเลขสาขา กรณีผู้ซื้อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
- เลขที่ใบกำกับภาษีและเลขที่เล่ม (ถ้ามี) ออกเรียงต่อเนื่อง
- ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
- จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่า โดยแยกออกจากมูลค่าสินค้าให้ชัดเจน
- วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
ใบกำกับภาษีที่ขาดองค์ประกอบ หรือระบุเลขสาขาของผู้ซื้อผิด ใช้เครดิตภาษีซื้อไม่ได้ ภาษีซื้อที่ยังไม่ได้ใช้นำมาเครดิตได้ภายใน 6 เดือนนับจากเดือนถัดจากเดือนที่ระบุในใบกำกับ ภาษีซื้อบางประเภทต้องห้ามเครดิต เช่น ค่ารับรอง รถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง และใบกำกับอย่างย่อ
สิ่งที่ระบบ ERP ต้องทำให้ได้
- เลขที่ใบกำกับภาษีต่อเนื่องและยกเลิกไม่ได้ การแก้ไขหลังออกต้องทำด้วยใบลดหนี้หรือใบเพิ่มหนี้ที่อ้างอิงฉบับเดิมและระบุเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนด
- ข้อมูลหลักลูกค้าและผู้ขายต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักและเลขสาขา 5 หลัก และระบบต้องเตือนเมื่อว่าง
- แยกจุดรับรู้ภาษี (tax point) ของสินค้า (ส่งมอบ) กับบริการ (รับชำระ) เพื่อให้ใบกำกับภาษีออกในเดือนที่ถูกต้องและรายงานภาษีขายตรงกับเดือนที่ยื่น
- ภาษีซื้อที่ใบกำกับมาช้าหรือยังไม่สมบูรณ์ ต้องบันทึกเป็นภาษีซื้อรอเครดิตและย้ายเข้ารายงานของเดือนที่ใช้สิทธิ พร้อมติดตามอายุ 6 เดือน
- รายงานภาษีขาย ภาษีซื้อ และสินค้าออกจากระบบตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด และยอดรวมเท่ากับบัญชีภาษีขายและภาษีซื้อในงบทดลองทุกเดือน
- รองรับe-Tax Invoice และ e-Receipt ลงลายมือชื่อดิจิทัล และนำส่งข้อมูลถึงกรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- กรณีหลายสาขา แยกรายงานและแบบต่อสาขาได้ หรือรวมยื่นเมื่อได้รับอนุมัติ
วิธีที่ MotionERP จัดการ
MotionERP ออกใบกำกับภาษี ใบลดหนี้ และใบเพิ่มหนี้ตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด บันทึกภาษีขายและภาษีซื้อแยกบัญชีโดยอัตโนมัติ และออกรายงานภาษีขาย ภาษีซื้อ สำหรับแบบ ภ.พ.30 ได้ทุกเดือนจากรายการจริง พร้อมระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt ที่ลงลายมือชื่อดิจิทัลและนำส่ง XML ตามมาตรฐาน ขมธอ.3-2560 ผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติ ดูภาพรวมที่ ระบบบัญชีและภาษีไทย
ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 สรุปจากประมวลรัษฎากรและประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้วางระบบงาน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดของหน่วยงานหรือปรึกษาผู้สอบบัญชีของบริษัท